Browse By

เทคนิคเล่นสาย DPS ให้ดาเมจพุ่งสุดใน Blade & Soul Heroes

ในเกม Blade & Soul Heroes บทบาทของ DPS (Damage Dealer) คือหัวใจสำคัญของทุกทีม ไม่ว่าจะเป็นโหมด PVE, Dungeon, Tower, Raid หรือแม้แต่ PVP เพราะดาเมจคือสิ่งที่ “ปิดเกม” ให้ทีมเก็บชัยชนะ ดังนั้น การทำให้ดาเมจของ DPS พุ่งเต็มเพดานคือเป้าหมายหลักของผู้เล่นทุกระดับ

ผู้เล่นหลายคนมักหาเทคนิคจากคอมมูนิตี้และเว็บเกมต่าง ๆ เช่นแพลตฟอร์มเกมออนไลน์อย่างเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูว่า “จะเพิ่มดาเมจ DPS ยังไงให้แรงที่สุด” บทความนี้จึงรวบรวม ทุกเทคนิคที่สำคัญที่สุด ทั้งการจัดทีม การออกของ การกดจังหวะสกิล การใช้ CC และการจัดยิง Burst Timing แบบมือโปร

บทความนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสาย DPS กลายเป็น “เครื่องจักรทำดาเมจ” ที่แท้จริงใน Blade & Soul Heroes

เทคนิคเล่นสาย DPS

ทำไมการเล่นสาย DPS ถึงต้องมีเทคนิคมากกว่าที่คิด?

ในเกมนี้ DPS ไม่ได้แค่ “ตีแรง” ไปเรื่อย ๆ แต่ระบบต่อสู้เป็นแบบ

  • Action Realtime
  • มีคอมโบ
  • มี Burst Timing
  • ศัตรูมีเกราะ / โล่ / สถานะป้องกัน
  • บอสมีเฟสและกลไกเฉพาะทาง

ดังนั้น DPS ที่ดี = คนที่

เลือกจังหวะยิง

ทำคอมโบต่อเนื่องไม่เสียเวลา

รู้ว่าจะอยู่ตรงไหนของสนาม

รู้ว่าจะใช้สกิลตอนไหนให้แรงที่สุด

อ่านท่าศัตรูออก

DPS ไม่ใช่การกดสกิลมั่ว ๆ แล้วจะตีแรง—มันคือ “ศิลปะ” ของการเลือกจังหวะและกลยุทธ์


ประเภทของ DPS ใน Blade & Soul Heroes

ก่อนเข้าเทคนิค เราต้องรู้ว่า DPS มีหลายรูปแบบและแต่ละแบบใช้วิธีเล่นต่างกัน

1. Burst DPS

ตัวที่ยิงแรงมากช่วงสั้น ๆ เช่น

  • Assassin
  • Force Master
  • Blade Dancer

เล่นยากแต่แรงที่สุดในเกม


2. Sustain DPS

ยิงยาว ๆ ต่อเนื่อง เช่น

  • Summoner
  • Soul Archer

เล่นง่าย เหมาะมือใหม่


3. DPS CC Hybrid

ทำดาเมจพร้อมคุมเกม เช่น

  • Blade Dancer
  • Destroyer (กึ่ง DPS)

เหมาะสำหรับไฟต์ที่ต้องควบคุมจังหวะ


ต่อไปนี้คือเทคนิค “ลับ” ที่ผู้เล่นระดับท็อปใช้กันเพื่อปั้นดาเมจให้ทะลุขอบ


เทคนิคที่ 1: รู้จัก “Burst Timing” ให้ดี

ใน Blade & Soul Heroes ไม่ใช่ทุกจังหวะจะยิงแรงเท่ากัน การรู้ว่าควรกดสกิลเมื่อไหร่คือหัวใจสำคัญของ DPS

Burst Timing = ช่วงที่ศัตรูนิ่ง, ติด CC, หรือโดนดีบัฟลดเกราะ

ตัวอย่าง Burst Timing ที่ดีที่สุด:

  • ศัตรูโดน Stun / Freeze / Knockdown
  • Warlock ใช้สกิล ลดเกราะ
  • Soul Fighter เปิดบัฟเพิ่มพลัง
  • บอสยืนเฉยหลังใช้ท่าใหญ่
  • Destroyer หมุนล็อกศัตรูให้อยู่นิ่ง

กฎทอง: ให้ DPS ใช้สกิลใหญ่เฉพาะตอนศัตรู “ขยับไม่ได้”

เพราะในระบบเกมนี้ ถ้าศัตรู “นิ่ง” จะรับดาเมจเต็มกว่า และคอมโบจะโดนชัวร์ไม่หลุด

ผล: ดาเมจพุ่งขึ้น 30–70% แบบไม่ต้องออกของเพิ่ม


เทคนิคที่ 2: ใช้ CC ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

DPS จะยิงแรงขึ้นหลายเท่าถ้ามีตัวคุมเกมในทีม เช่น

  • Blade Dancer (หมุนสตั๊นหมู่)
  • Destroyer (หมุนจับล็อก)
  • Force Master (Freeze)
  • Warlock (หยุดเวลา)

DPS มือโปรต้องรู้จังหวะ CC อย่างละเอียด

วิธีทำดาเมจแรงขึ้นด้วย CC:

  1. รอให้ Tank หรือ CC เปิดคอมโบก่อน
  2. เมื่อศัตรูหยุดนิ่ง ให้ใช้สกิล Burst ของ DPS
  3. ต่อคอมโบด้วยสกิลคูลดาวน์สั้น
  4. รออีกจังหวะ CC แล้ววนใหม่

นี่คือวิธีที่ผู้เล่นแรงค์สูงทำให้ดาเมจรวมสูงสุดในทุกไฟต์


เทคนิคที่ 3: เลือกตำแหน่งยืน (Positioning) ให้ถูกต้อง

ใครคิดว่า DPS ต้องยืนใกล้ศัตรู = ผิดทันที
DPS ในเกมนี้ต้อง “เลือกตำแหน่งยืน” อย่างชาญฉลาด


DPS ระยะไกล

เช่น Force Master / Soul Archer

ควรยืนหลังสุด และ

  • หลีกเลี่ยงหมัด/หอกของบอส
  • ยิงจากมุมปลอดภัย
  • ไม่ยืนซ้อนกับ Support

DPS ระยะประชิด

เช่น Assassin / Blade Dancer

ควร

  • เข้าตีเฉพาะตอนบอสโดน CC
  • ออกมาหลังบอสใช้ท่าใหญ่
  • ไม่ยืนอยู่ใต้บอสตลอดเวลา

Positioning ที่ดี = ดาเมจสูง + ปลอดภัย


เทคนิคที่ 4: สร้างคอมโบ DPS แบบมือโปร

เกมนี้คอมโบคือทุกสิ่ง ทุกฮีโร่ DPS ต้องรู้จัก “วงจรคอมโบ” ของตัวเอง

ตัวอย่างคอมโบแรงของแต่ละคลาส


Assassin

  • ล่องหน → แทงหลัง → คอมโบตีไว → ตัดเลือด
    Burst โหดสุดในเกม

Blade Dancer

  • หมุน CC → ฟันฟ้าผ่า → สกิลลมระเบิด
    คอมโบนิ่ง + Explosion Damage

Force Master

  • Freeze → ไฟลูกใหญ่ → ระเบิด AoE
    ดาเมจทับกันหลายชั้น

Summoner

  • แมวขบ → ยิงรัว → สกิลโดนหมู่
    Sustain ยาว ๆ

เคล็ดลับคอมโบลับ:

ควรเรียงสกิลจาก “ทำให้ศัตรูนิ่ม” → “ยิง Burst” → “ตามด้วยสกิลคูลดาวน์สั้น”

นี่คือสูตรคอมโบที่แรงที่สุดโดยเฉพาะใน Raid


เทคนิคที่ 5: เลือกอุปกรณ์ (Gear) ให้ถูกต้อง

การเลือกอุปกรณ์เป็นสิ่งที่ผู้เล่น DPS มือใหม่มักทำผิดมากที่สุด


สิ่งที่ DPS ควรโฟกัสอันดับแรก

1. อาวุธ (Weapon)

คือแหล่งพลังโจมตีที่สำคัญที่สุด
ควรอัปสูงสุดก่อนทุกอย่าง


2. ค่า Stat ที่สำคัญ

  • ATK (โจมตี)
  • CRIT RATE (โอกาสคริติคอล)
  • CRIT DMG (ดาเมจคริติคอล)
  • PEN (เจาะเกราะ)

3. เซ็ตอุปกรณ์ตามสาย

  • DPS Burst = เน้น CRIT + PEN
  • DPS Sustain = เน้น ATK + SPD
  • DPS CC Hybrid = ATK + Effect Hit

4. อาร์ติแฟกต์ (Artifact)

เป็นตัวเพิ่มพลังสำคัญมาก
ควรใช้อาร์ติแฟกต์ที่บัฟตามสายตัวเอง เช่น

  • DPS ไฟ → Artifact ธาตุไฟ
  • DPS หายนะ → Artifact เพิ่ม Damage Over Time

เทคนิคที่ 6: ใช้ Support ให้ดาเมจพุ่งขึ้นหลายเท่า

สาย DPS ที่ไม่มี Support = ช้ากว่าแบบเห็นได้ชัด
META ปีนี้ DPS ต้องเล่นร่วมกับ 2 Support สำคัญ:


1. Warlock (ดีที่สุด)

  • ลดเกราะศัตรู
  • เพิ่มดาเมจทั้งทีม
  • หยุดศัตรูให้นิ่ง
    รวมแล้ว DPS เพิ่มขึ้น 20–35%

2. Soul Fighter

  • เพิ่มพลังโจมตี
  • ฮีลดัน
  • ทำให้ทีมยืนไฟต์ได้นาน

3. Support อื่น ๆ เช่น Astromancer

ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ DPS


แผนการที่ดีที่สุดของ DPS คือ “ยิงตอนที่ Support กำลังบัฟ”


เทคนิคที่ 7: อัปเกรดฮีโร่แบบคุ้มค่าที่สุด

ผู้เล่นหลายคนอัปเกรดผิดลำดับ ทำให้ดาเมจไม่ขึ้น

นี่คือแนวทางอัป DPS แบบมีประสิทธิภาพ:

อันดับความสำคัญ

  1. อาวุธ – ยิ่งสูงยิ่งแรง
  2. สกิล Burst – เพิ่มทีละระดับเห็นผลทันที
  3. อาร์ติแฟกต์ – ให้พลังโจมตีเสริม
  4. ดาว (Rank Up) – เพิ่มสเตตหลัก
  5. เซ็ตปั้นเฉพาะทาง

หากต้องการดูแนวทางลำดับการปั้นตัวอื่น ๆ ผู้เล่นหลายคนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บเกมออนไลน์ เช่นสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%ซึ่งช่วยให้จัดลำดับการอัปได้ถูกต้อง


เทคนิคที่ 8: การอ่านแพตช์โน้ตเพื่อรู้ว่า DPS ตัวไหนแรงที่สุด

เกมนี้ปรับแพตช์บ่อยมาก เช่น

  • บัฟดาเมจธาตุ
  • ปรับความแรงสกิล
  • ปรับความเร็วโจมตี

ดังนั้น DPS ที่เคยแรงอาจตก หรือ DPS ที่เคยอ่อนอาจขึ้น S+ ได้ในแพตช์เดียว

ผู้เล่นระดับสูงจะอ่าน Patch Note ทุกครั้งเพื่อเลือกปั้นก่อนคนอื่น


เทคนิคที่ 9: เทคนิคเฉพาะตัวของ DPS อันดับ 1 ใน META

Force Master — เคล็ดลับลับของตัวที่แรงที่สุดในเกม

  • ใช้ Freeze → Fire → Burn → Explosion แบบต่อเนื่อง
  • ยืนมุมเวทีโดยไม่ขยับ
  • ยิงตอน Support ใช้ดีบัฟ
  • ใช้สกิลติดสถานะก่อน Burst

ผล: ดาเมจพุ่งแบบสุดยอด ทั้ง PVP และ Raid


Assassin — เทคนิคยิงทีเดียวล้ม

  • รอจังหวะหลังบอสใช้ท่า
  • แทงหลังเท่านั้น
  • Burst ตอนศัตรูโดน CC
  • ใช้สกิลหลบเพื่อยืดเวลามีชีวิต

Blade Dancer — คอมโบหมุนที่แรงที่สุด

  • ใช้หมุนตอนจับล็อกศัตรู
  • ตามด้วย Burst ทันที
  • มักเล่นคู่กับ Warlock เพื่อดาเมจสูงสุด

เทคนิคที่ 10: เทคนิคขั้นสูงที่ผู้เล่นแรงค์ท็อปใช้

1. Reset คอมโบตามจังหวะ

เมื่อ CC หมด ให้ถอยและรอใหม่ ไม่ฝืนตี


2. ไม่กดสกิลมั่ว เพราะสกิล Burst สำคัญ

DPS เทคนิคสูงจะเก็บ Burst ไว้ใช้ตอน ศัตรูนิ่มเท่านั้น


3. ใช้มุมเวทีบังท่าศัตรู

Force Master และ Archer ชอบวิธีนี้มาก


4. วัดจังหวะบอสแบบเฟรมต่อเฟรม

ผู้เล่นโปรจะรู้ว่าบอสใช้ท่าเมื่อไหร่ แล้วค่อย Burst เท่านั้น


5. คอมโบทีม

DPS ไม่ได้ยิงคนเดียว ต้องยิงพร้อม Tank + CC + Support แบบเป็นระบบ


สรุป: เล่น DPS ให้ดาเมจพุ่งสุด ต้อง “เล่นเป็นระบบ” ไม่ใช่แค่กดสกิล

เลือกจังหวะ Burst

ใช้ CC เปิดไฟต์

รู้ตำแหน่งยืน

ทำคอมโบให้ถูกลำดับ

อัปอาวุธและอาร์ติแฟกต์ให้แรง

ใช้ Support ให้ดาเมจพุ่งขึ้นหลายเท่า

อ่านแพตช์และ META ทุกครั้ง

หากทำครบทุกข้อ ดาเมจของคุณจะเพิ่มขึ้น “เป็นสองเท่าแบบไม่ต้องเติมเงินเพิ่ม” แน่นอน

และหากต้องการข้อมูลเกม, เทคนิค และไกด์อัปเดตอื่น ๆ สามารถติดตามได้ที่แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ เช่นเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันที่มีข้อมูลหลากหลายเหมาะสำหรับผู้เล่นทุกแนว ทั้งเกมและกีฬา